วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ที่เจ็ด

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่ 7
งานที่ในรับมอบหมาย มีงานเร่งมาให้ทำเป็นเคสพิเศษ(ซึ่งเป็นรายผู้พิพากษา) ซึ่งจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลรอ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องราคาประเมินเพราะยังไม่มี ทำให้งานที่ออกมายังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ค่ะ

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่หก

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่ 6

ในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ทำงานน้อยเพราะทำแค่ 3 วัน ที่เหลือเป็นวันหยุดหมดเลย สัปดาห์นี้ไม่มีการประชุม จึงทำแต่การวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้นและก็วิเคราะห์สินเชื่อใน Excel และใบ CA ใน Word และก็ค้นหาข้อมูลผู้กู้ ในระบบสินเชื่อ On Web ค่ะ
ปัญหาที่ยังพบอยู่ คือการพิมพ์ผิด ทำให้ต้องมานั่งแก้ไขใหม่ซึ่งเสียเวลา เพราะมีงานอื่นรออยู่
การแก้ปัญหานั้นก็คือต้องมีสมาธิ ตั้งใจ และรอบคอบค่ะ

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงานประจำสัปดาห์ที่ห้า

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่ 5

งานในสัปดาห์นี้ที่ได้รับมอบหมาย แต่งานแต่ละชิ้นที่ทำก็ไม่ซ้ำกัน ส่วนพี่ที่ออมสินก็ปล่อยให้ทำงานเองมากขึ้น วิเคราะห์งานเองมากขึ้น เช่น การวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้น จดข้อมูลและเอกสารที่ขาดหรือเอกสารที่ต้องการ แล้วให้พี่ทำการโทรหาลูกค้า เมื่อได้ข้อมูลที่ครบถ้วนแล้วก็นำมากรอกข้อมูล ลง Excel วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าทั้งหมดใส่ใบ Ca ใน Word ขั้นตอนที่ 2-3 Printout ออกมาใส่แฟ้ม พอทำเอกสารครบก็ให้พี่ทำการตรวจสอบ ถ้าผิดก็นำมาแก้ไขให้ถูกต้อง

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่สี่

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่ 4

งานในสัปดาห์นี้ที่ได้รับมอบหมายคือ

  • การวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้น และวิเคราะห์ใบ CA และก็มีงานใหม่เข้ามาบ้าง นั้นก็คือการค้นหาบุคคลล้มละลาย และปริ้นออกมา นอกจากนี้ยังได้สัมผัสการทำ Kyc ลูกค้า นั้นก็คือการกรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลรายได้รายจ่ายของลูกค้า ซึ่งปัญหาในสัปดาห์นี้ไม่มีอะไรมากค่ะแต่ก็ยังคงต้องใช้สมาธิในการทำให้มากขึ้นอยู่ดีค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่สาม

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่ 3
งานในสัปดาห์นี้ก็มีเข้ามาเรื่อยๆเหมืนเดิมค่ะ แค่เปลี่ยนรายลูกค้าเปลี่ยนการขออนุมัติสินเชื่อ การทำงานรู้สึกเข้าใจมากขึ้นกว่าสัปดาห์แรกๆ และก็ยังมีงานใหม่ๆแทรกเข้ามาเรื่อยๆ สลับกันทำยากบ้างง่ายบ้าง งานที่ทำเหมือนเดิมนั้นก็คือ
  • การถ่ายเอกสาร
  • การแยกเอกสาร
  • การทำลายเอกสาร
  • การวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้น
  • การลงบันทึกรับเอกสารเข้าแผนก

ปัญหาละการแก้ปัญหา
รายงานการประชุม คือการตรวจทานคำผิดยังยากอยู่ และก็พิมพ์ผิด ทำให้ต้องมานั่งแก้ไขใหม่ซึ่งเสียเวลา เพราะมีงานอื่นรออยู่ การแก้ปัญหานั้นก็คือต้องมีสมาธิ ตั้งใจ และรอบคอบค่ะ

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่สอง

การทำงานในสัปดาห์ที่ 2 งานก็ยังคงมีเหมือนเดิม ส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมานั้นก็คือ การเช็คข้อมูลสินเชื่อ หาจำนวนผู้กู้รายใหม่ พี่ๆที่ออมสินนั้นไม่หวงวิชาเลย สอนให้เราทำงานทุกอย่าง บรรยากาศการทำงานก็สนุก ถึงแม้พี่จะให้งานที่ยากและง่ายปนกัน และพี่ก็ให้คำอธิบายให้เราเข้าใจงานได้อย่างง่าย
  • กรอกข้อมูลลูกค้าใน "บันทึกการตรวจสอบอาคารประกอบการจ่ายเงินกู้"
  • เช็คข้อมูลลูกค้าในระบบสินเชื่อเพื่อดูจำนวนผู้กู้รายใหม่ของแต่ละเดือน
  • พิมพ์รายงานการประชุม

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่หนึ่ง

สรุปการปฏิบัติงาน ประจำสัปดาห์ที่ 1
การทำงานในสัปดาห์แรก เป็นอะไรที่ตื่นเต้น เพราะไม่รู้ระบบงาน กลัวทำงานไม่ได้ กลัวทำงานของพี่เสียหาย
แต่เปล่าเลยมันเป็นแค่ความกลัวของตัวเองทั้งนั้น พี่ที่ออมสินใจดี และเป็นกันเอง สอนงานเราหลายอย่างและยังเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้งานที่พี่ออมสินทำกัน
-สอนตั้งแต่การรับงานเข้าสู่แผนกตัวเองต้องลงบันทึกทุกครั้ง ไม่ว่าเอกสารจะเข้าสู่แผนกรึออกจากแผนก
-การทำรายงานการประชุม ก็สามารถทำให้พี่ที่ออมสินหัวเราะได้ นั่นคือเอารายงานแต่ละแฟ้มที่พี่แยกมาให้ นำมาพิมพ์รวมกันหมด เลยต้องนั่งลบข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป และต้องนั่งเช็คว่าข้อมูลครบหรือเปล่า
นอกจากนี้ดิฉันยังได้ทำงานอีกหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเอกสาร ปริ้นงาน เช็คข้อมูลลูกค้า คีย์ข้อมูลลูกค้า พิมพ์หนังสือบันทึกข้อความ ตรวจคำผิดในสัญญา อีกด้วย
ปัญหาและวิธีการแก้ไข
ปัญญาของดิฉันนั่นก็คือความละเอียดรอบคอบในการตรวจเอกสารซึ่งจะต้องมีมากในการทำงานนี้ซึ่งดิฉันก็แก้ไขโดยการตั้งใจและมีสติเพื่องานที่ออกมาจะได้ถูกต้อง

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

ข้อคิดจากถังน้ำสองใบ

ชายจีนคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบหนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง...แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน....จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง....ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ...ขณะเดียวกันถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของจุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา หลังจากเวลา 2 ปี… ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า "ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน" คนตักน้ำตอบว่า "เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า... แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่.... ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ... เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับเล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว..เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้" คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง... แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้.... สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น.. และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

บทความที่ชื่นชอบ


บ่อยครั้งที่ชีวิตผิดพลาด..ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เรามักจะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับความผิดพลาดนั้น ซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์...ให้เสียใจ และพยายามจะสร้างคำถามเพื่อค้นหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าคำตอบที่สร้างขึ้นมานั้น มัน "ไม่ใช่ความจริง" ที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความเสียใจนั้นได้เลย เราจึงยอมติดกับดักความเสียใจอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และกลายเป็นทาสของมันอย่างรู้ตัว รู้ว่าเสียใจแต่ก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมา และเราก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่ทำไมเรายังเป็นทุกข์กับการเลือกที่จะเสียใจ และทำชีวิตให้มันแย่ลงกว่าเดิมทุกวันๆ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่ารสชาติของมันสุดแสนจะขมขื่นมากมายเพียงใด เพราะ "เราเริ่มต้นใหม่ไม่เป็น" เราเลยยังทุกข์ระทมไปกับความผิดพลาดของชีวิต สิ้นสุดแล้วแต่ก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้...ไปไม่เป็น...เหมือนจะมองเห็นทาง แต่ก็เลือกที่จะปิดหู ปิดตา และไม่พยายามจะเปิดใจ เราจึงต้องอยู่กับความเศร้าเสียใจอยู่ทุกคืนทุกวัน ตอกย้ำความผิดพลาดให้ตัวเองอยู่อย่างนั้น ลองมองดูวิถีดอกทานตะวันบ้างสิ ชีวิตมีแต่ความเบิกบาน เพราะรู้จักที่จะใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กับแสงตะวัน แสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชีวิตทุกชีวิต..."ยังคงมีชีวิต" แม้ยามที่ดอกทานตะวันร่วงโรย ก็ยังคงทิ้งเมล็ดพันธุ์ให้เจริญเติบโต งอกงามและรับแสงตะวันได้ใหม่อีกครั้ง เพราะฉะนั้นเราต้องไม่ปิดตัวเอง แล้วจมอยู่กับความคิดที่ว่าชีวิตต้องเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการเศร้าเสียใจ แล้วปล่อยให้ชีวิตมันไหลไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีคุณค่าและไร้จุดมุ่งหมาย จงใช้ชีวิตให้เป็นดั่งเช่นดอกทานตะวัน แม้ยามผิดพลาด เสียใจ ก็จะมีทางออกของชีวิตเสมอ อับจนหนทางอย่างไร แสงสว่างจากดวงตะวันก็จะคอยส่องทางให้เราได้พบเจอทางออก "ชีวิตเราจึงมีทางออกแม้ว่าชีวิตจะยังมืดมน จะยังคงจมอยู่กับความผิดพลาด เศร้าใจ ก็จงเศร้าให้ถึงที่สุด เสียใจ ก็จงเสียใจเสียให้พอ หากยังร้องไห้ ขอให้ระบายน้ำตาออกมา อย่ากักเก็บมันไว้ เมื่อเราเสียใจอย่างถึงที่สุดแล้ว เราต้องกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง และพร้อมที่จะเป็นคนใหม่ ที่ใช้บทเรียนจากอดีต เป็นเหมือนเข็มทิศคอยช่วยบอกทางแก่ชีวิต เพราะ... "ความเศร้านั้นมีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ข้อเสียคือทำให้เราโศกาอาดูร แต่ข้อดีของมันคือ...สอนให้เรารู้ว่าเราจะไม่ผิดพลาดตรงนี้อีก เราจะต้องไม่ร้องไห้ให้กับมันอีก" ใครบางคนเคยบอกเอาไว้ตอนที่เสียใจกับความผิดพลาดของชีวิต เพราะฉะนั้นแล้วเกิดเป็นคน มีความรู้สึกรู้สาเหมือนกันหมด สามารถเศร้าเสียใจกับอดีตที่ผิดพลาดได้เหมือนกันหมด และก็เริ่มต้นใหม่เหมือนกันหมดเช่นเดียวกัน ขอเพียงกล้าที่จะเป็นนกปีกหักที่พร้อมจะรักษาตัวเอง และออกเดินทางได้โดยไม่กลัวว่าหนทางข้างหน้า จะผิด พลาดซ้ำสอง อย่าลืมนะว่า…เรามีโอกาสผิดพลาดได้บ่อยครั้งเท่าไหร่ เราก็เดินถูกทางมากขึ้นเท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551

บอกเล่าเรื่องราวการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บริหารธุรกิจ3

ในแต่ละสัปดาห์ที่มีการเรียนการสอนก็จะมีอาจารย์กับวิทยากรมาให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้มานำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเรื่องการเรียนและการฝึกงานและการทำงาน(ในชีวิตจริงได้)

ยกตัวอย่างเช่น เรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพ จะบอกถึงการวางตัวเป็นนักศึกษาที่ดี และคุณลักษณะของนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง

*บุคลิกภาพและกิริยามารยาท *วัฒนธรรมการเข้าสังคมและมนุษย์สัมพันธ์

*IQ และ EQ *ความคิดสร้างสรร

*ภาวะผู้นำ *มีคุณธรรมและจริยธรรม

*ความรับผิดชอบ *ความสามัคคี

*ความรู้ทางวิชาการ

และยังมีวิทยากรจาก บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) ที่แขนงการเงินการธนาคารเชิญมาบรรยายให้ความรู้ในเรื่องการออมเงิน , การออมหุ้น

การวางแผนเรื่องการเงิน การเพิ่มรายได้ การลดรายจ่าย การนำเงินไปซื้อหุ้น
คณะคอมพิวเตอร์ธุรกิจได้จัดโครงการ ซึ่งกลุ่มของดิฉันได้จัดโครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลซึ่งจากการได้ปฏบัติงานที่สัตหีบคือการได้ไปให้ความรู้แก่เด็กที่โรงเรียนสัตหีบในเรื่องการอนุรักษ์เต่าทะเล ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่รู้สึกสนุกมาก และเมื่อได้กลับมาจัดโครงการที่มหาลัยได้นำความรู้ที่ได้มาจากการไปอนุรักษ์พันธุ์เต่ามาบอกเล่าให้เพื่อนๆได้รับรู้